นิตยสาร
ต้นกำเนิดของนิตยสารเป็นอย่างไร

ปัจจุบันนี้ การติดตามข่าวสารและการอัพเดททั้งแวดวงการบังเทิงหรือจะเป็นแฟชั่นต่างๆ ล้วนแล้วถูกอัพเดทผ่านโลกออกไล่แล้วใช่มั้ยหล่ะครับ ซึ่งในสมัยอดีตจะมีสิ่งหนึ่งที่อัพเดทเทรนด์โลกอย่าง “นิตยสาร” นั้นเองครับ บทความนี้เลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปเรียนรู้เกี่ยวกับ “ต้นกำเนิดของนิตยสารเป็นอย่างไร” กันสักหน่อยครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับ

รู้จักกับ นิตยสาร และต้นกำเนิดเล่มแรกของโลก

นิตยสาร (magazine) คือสิ่งพิมพ์รายคาบที่ออกเป็นระยะสำหรับผู้อ่านทั่วไป มีเนื้อหาหลากหลาย มุ่งทั้งให้ความรู้และความบันเทิง ความรู้มักเป็นไปในลักษณะที่ให้ความรอบรู้ มีการหารายได้จากการโฆษณาและวางขายทั่วไป ผู้อ่านสามารถบอกรับเป็นสมาชิกได้ โดยคำว่า “นิตยสาร” มาจากรากศัพท์ คือ นิตย (สม่ำเสมอ) และสาร (เนื้อหา) คำว่า “นิตยสาร” โดยทั่วไปอาจมีความหมายคาบเกี่ยวกับคำว่า วารสาร ซึ่งออกตามกำหนดเวลาที่แน่นอนเช่นกัน แต่ในทางบรรณารักษศาสตร์ ปัจจุบัน เมื่อมีการใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้มีนิตยสารในอินเทอร์เน็ต ซึ่งมิใช่สิ่งพิมพ์ แต่ก็ยังเรียกกันว่า “นิตยสาร”

ต้นกำเนิดของนิตยสารเล่มแรกของโลกนั้นมีความเห็นแตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะยกย่องให้ “Erbauliche Monaths-Unterredungen” ซึ่งเป็นนิตยสารรายเดือนภาษาเยอรมันที่เริ่มออกวางแผงในปี 1663 เป็นนิตยสารเล่มแรกของโลก

นิตยสาร Erbauliche Monaths-Unterredungen ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองเลปซิก ประเทศเยอรมนี โดยมีนักเขียนชื่อ Timotheus Ritzsch เป็นบรรณาธิการคนแรก เนื้อหาภายในเล่มมุ่งเน้นไปที่บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาคริสต์นิกายปรอเตสแตนท์ เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและหลักธรรมคำสอนแก่ผู้อ่าน

แม้จะเป็นนิตยสารฉบับแรกของโลก แต่ Erbauliche Monaths-Unterredungen ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เนื่องจากมีเนื้อหาที่จำกัดวงแคบ ทำให้ต้องปิดตัวลงไปในที่สุดเมื่อปี 1668 หลังจากออกวางแผงได้เพียง 5 ปีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นิตยสารฉบับนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวงการสิ่งพิมพ์ประเภทนิตยสารโดยสมบูรณ์แบบ และได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดนิตยสารอื่นๆ ตามมาอีกมากมายในเวลาต่อมา

ข้อดีหรือประโยชน์ของการอ่านหนังสือ รวมไปถึงนิตยสาร

ทำให้คุณได้ข้อมูลความรู้เพิ่มเติ เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วว่าการอ่านหนังสือจะทำให้เราได้ความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น จากการศึกษาที่ได้นำเสนอในอิตาลี ปี 2014 ชี้ให้เห็นว่าผู้อ่านหนังสือรูปเล่มจะซึมซับและจดจำเรื่องราวได้มากกว่าผู้อ่าน e-book และในการศึกษาก่อนหน้านี้ ผู้อ่านรูปเล่มยังได้คะแนนสูงกว่าในด้านอื่นๆ เช่น การอารมณ์มีร่วมไปกับเนื้อหา ความใส่ใจและเข้าใจในเนื้อเรื่องของหนังสือ นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่าการกระทำนี้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกในขณะที่สัมผัส/ถือหนังสืออยู่ในมือของผู้อ่าน

ช่วยส่งเสริมให้เด็กๆ เติบโตเป็นนักอ่านได้ดียิ่งขึ้น การศึกษาอีกชิ้นที่เกี่ยวกับเด็กเล็กอายุระหว่าง 3-5 ขวบเปิดเผยว่า เด็กมีความเข้าใจเรื่องราวน้อยกว่าเมื่อพ่อแม่อ่านจาก e-book ให้พวกเขาฟัง ซึ่งตรงข้ามกับหนังสือที่พิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่ม นักวิจัยตั้งทฤษฎีว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะเด็กๆ เสียสมาธิกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำให้มีเวลาจดจ่อกับเนื้อเรื่องได้ยากขึ้น

ช่วยถนอมสายตา/ทำให้สบายตา เมื่อพิจารณาจากงานจำนวนมากที่ทำให้คุณต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันแล้ว คุณควรพักสายตาทุกครั้งที่สามารถทำได้ จากการสำรวจนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวน 429 คนเปิดเผยว่าเกือบครึ่งหนึ่งบ่นว่าปวดตาหลังจากอ่านหนังสือแบบดิจิทัล หนังสืออิเล็กทรอนิกส์อาจทำให้ดวงตาล้า ซึ่งอาจทำให้ตาพร่ามัว ตาแดง แห้ง และระคายเคือง แต่กับหนังสือรูปเล่ม คุณไม่ต้องกังวลกับปัญหาเหล่านี้เลย

ทำให้คุณไม่ค่อยฟุ้งซ่านหรือสมาธิสั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ที่อ่าน e-book มักจะหลงทางได้ง่ายกว่า เพียงเพราะอินเทอร์เน็ตอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว แต่ด้วยหนังสือที่พิมพ์ออกมานั้นไม่มีโอกาสที่เราจะเสียสมาธิด้วยลิงก์หรืออินเทอร์เน็ตได้ จากการสำรวจครั้งหนึ่ง 67% ของนักศึกษามหาวิทยาลัยสามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ในขณะที่อ่านแบบดิจิทัลเมื่อเทียบกับ 41% ของผู้อ่านรูปเล่ม แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคือการเข้าใจและดื่มด่ำกับเนื้อหาที่อยู่ตรงหน้าอย่างเต็มที่ นั่นก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก

สามารถทำให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อคุณพักผ่อนในตอนกลางคืน การอ่านจากหน้าจอหรือการเล่นโซเชียลมีเดียบนโทรศัพท์เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีนัก การศึกษาครั้งแล้วครั้งเล่าแสดงให้เห็นว่าแสงสีฟ้าจากหน้าจอทำให้นอนหลับยากขึ้นและทำให้รู้สึกง่วงมากขึ้นเมื่อตื่น แต่หากคุณอยากนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม การใช้สมองโดยการอ่านหนังสือสามารถช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ต้นกำเนิดของนิตยสารเป็นอย่างไร” ที่พวกเราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้กันครับ คิดว่าน่าจะเป็นความรู้ที่ดีกันนะครับ

Resin Epoxy
รู้จักกับ Resin FR4

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นอะไรที่มีหลากหลายอย่างและเราก็คิดว่าหลายๆ ท่านก็คงจะมีคนไม่รู้เกี่ยวกับส่วนประกอบหรือตัวสารที่เคลือบอยู่บนแผงวงจรกันอย่างแน่นอน ครับ วันนี้เราเลยจะพาทุกๆ ท่านไป “รู้จักกับ Resin FR4” ที่น่าสนใจกันสักหน่อยครับ จะเป็นอย่งาไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!!

Resin คืออะไร?

เรซิ่น หรือเรียกอีกชื่อว่า “โพลีเอสเตอร์เรซิ่น” เป็นพลาสติกประเภทหนึ่งที่ผลิตมาจากน้ำยางไม้ธรรมชาติและการสังเคราะห์ทางเคมี ซึ่งลักษณะโดยทั่วไปของเรซิ่นจะเป็นของเหลวข้น มีสีใสอมเหลืองคล้ายน้ำมันหรือเป็นสีชมพูบานเย็น ทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับสารเคมีที่ใช้ผสมเข้าไป จึงทำให้เรซิ่นมีคุณสมบัติที่โดดเด่น คือ มีความเหนียว ทนความร้อนและเป็นฉนวนไฟฟ้าอีกด้วยครับ

Resin FR4 คืออะไร?

Resin FR4 (Fire Retardant 4) เป็นวัสดุคอมโพสิตชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ดีหลายประการ ดังนี้

– ฉนวนไฟฟ้าที่ดี สามารถกันกระแสไฟฟ้ารั่วได้ดี จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นแผงวงจรพิมพ์ (PCB)
– ทนความร้อนได้ดี สามารถทนอุณหภูมิสูงได้ถึง 130-180 องศาเซลเซียส จึงเหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูง
– มีความแข็งแรงทางกลสูง สามารถรับแรงกระแทก แรงกด และแรงดึงได้ดี
– ทนต่อสารเคมี เช่น กรด ด่าง และสารละลายอื่นๆ ได้ดี
– น้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรงสูง

ตัวอย่างการใช้งาน Resin FR4 ที่สำคัญ ได้แก่

– แผงวงจรพิมพ์ (PCB) สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
– ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูง เช่น ในเครื่องยนต์ เตาเผา
– แผ่นฐานสำหรับวงจรควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรม
– อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องฉายรังสี MRI เป็นต้น

โดยสรุป Resin FR4 เป็นวัสดุที่มีสมบัติดีเด่นหลายประการ ทำให้เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องการวัสดุที่ทนทานและมีประสิทธิภาพสูง

แล้ว PCB คืออะไรกันนะ

printed circuit board: PCB) เป็นแผ่นที่สร้างด้วยพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีการฉาบผิวด้วยทองแดงเต็มแผ่น และเมื่อต้องการใช้แผ่นวงจรพิมพ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ นักประดิษฐ์หรือนักอิเล็กทรอนิกส์ก็จะนำลายวงจรที่ต้องการมาทาบ หรือสกรีนลายลงบนแผ่นทองแดงซึ่งอาจจะสร้างลายด้วยกรรมวิธีต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป จนเกิดลายบนทองแดง จากนั้นก็นำแผ่นวงจรพิมพ์ที่สร้างลายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปจุ่มในน้ำยากัดแผ่นปริ้นท์ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นทำการเขย่าให้น้ำยาเคลื่อนที่ไปมา จนเริ่มเห็นลายวงจรที่ชัดเจนขึ้น แล้วนำไปล้างด้วยน้ำธรรมดา จะเห็นว่ามีเส้นลายทองแดงที่เด่นชัดขึ้น จากนั้นทำการเคลือบแผ่นวงจรพิมพ์ด้วยน้ำยาเคลือบแผ่นวงจรพิมพ์ที่มีขายอยู่ตามร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อแห้งก็นำมาเจาะรู้เพื่อใช้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือประกอบกันเป็นวงจรแทนการต่อวงจรด้วยสายไฟ ซึ่งมีความซับซ้อนและยุ่งยาก โดยแผงวงจรนี้อาจมีเพียงด้านเดียวหรือสองด้านหรือสามารถวางซ้อนกันได้หลาย ๆ ชั้น (Multi-layer) ได้เช่นกัน ตามความต้องการของผู้ออกแบบ

คุณสมบัติที่สำคัญสำหรับ PCB

Conductive Anodic Filament (CAF) ช่วยในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของวัสดุลามิเนตแผงวงจร (PCB) หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เมื่อระยะห่างของตัวนำและขนาดชิ้นส่วนทั้งหมดเล็กลงความต้องการการทดสอบนี้จะเพิ่มขึ้น การทดสอบ CAF ดำเนินการที่ 87% ความชื้นสัมพัทธ์ (RH) ที่อุณหภูมิสูงและสภาพความชื้นสูงเช่น 65 หรือ 85 ° C วิธีการทดสอบมาตรฐานที่ใช้คือ IPC-TM-9253 วิธี 9254A ซึ่งใช้การออกแบบคูปองมาตรฐานเช่น IPC-9255, IPC-9256, IPC-650 และ IPC 2.6.25 ผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) หลายรายใช้การออกแบบคูปองแทนการออกแบบคูปองมาตรฐานของพวกเขาเอง การออกแบบคูปองจะต้องมีขนาดรูที่แตกต่างกัน ช่วงต่อหลุม, รูต่อระนาบหรือช่วงแกน Z และทิศทางของใยแก้วเพื่อให้โหมดความล้มเหลวที่เป็นไปได้ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบว่าวัสดุลามิเนตตรงตามข้อกำหนดที่ต้องการหรือไม่นั้นเองครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ “รู้จักกับ Resin FR4” ที่พวกเราได้รวลรวมมาฝากทุกๆ ท่านเพื่อเป็นความรู้กัน คิดว่าจะเป็นความรู้ที่ดีกันนะครับ